Profil von PiyakunYou say I live in a bubb...FotosBlogListenMehr Extras Hilfe

Blog


    29 Oktober

    สะบายดีเมืองลาว ตอนที่1

    เจ็ดโมงเช้า 19 ตุลาคม 2552

    ผม และ "น๊อค" เพื่อนแต่ครั้งประถม (ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนอยู่) เสียเงิน 450 บาท ให้รถบ..ส. พาเรามายืนอยู่ที่สถานีขนส่งหนองคาย อากาศค่อนข้างเย็นจนเลนส์ 50/1.4 ของผมมีฝ้าจับกระจกเลนส์ขุ่นไปหมด สถานีเริ่มมีคนมาใช้บริการคึกคัก โดยเฉพาะชานชาลาที่มีรถปรับอากาศชั้นสองสีน้ำเงินคาดแสด คาดทับด้วยตัวอักษรข้างรถว่า
     

    "1-1 บ.ข.ส. จังหวัดหนองคาย - นครหลวงเวียงจันทร์"

    เราคือหนึ่งในผู้โดยสารราวห้าสิบคนของรถระหว่างประเทศเที่ยวแรกนี้ เพื่อไปสู่จุดหมายแรกก่อนถึงปลายทาง "เมืองมอละดกโลก หลวงพะบาง"
     
     
    แปดนาฬิกา ได้เวลาชักธง พวกเรายืนตรง เคารพธงชาติที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพหลังประทับตราในหนังสือเดินทาง(Passport)เสร็จ ก่อนจะข้ามขัวมิดตะพาบไปยังด่านพรมแดนของสปป.ลาว เมื่อประทับตราเสร็จ ผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทยก็จะสามารถอยู่ในลาวได้ 30 วัน ซึ่งคนลาวที่จะอยู่ในไทยได้ 30 วันก็ต้องถือหนังสือเดินทางลาวเช่นกัน ทั้งสองด่านพลขับบ.ข.ส.ชาวไทยอำนวยความสะดวกในการผ่านแดนเป็นอย่างดี
     
    เราแลกเงินสดคนละหนึ่งพันบาทคิดเป็นเงินกีบก็อยู่ที่ราว 253,000 กีบ ก่อนจะนั่งรถคันเดิมไปสู่ "บ่อนลดสายเหนือ นะคอนหลวงเวียงจัน" เพราะเรามาถึงบ่อนลดเกือบสิบโมง การนั่งรถรวดเดียวไปยังหลวงพะบางต้องใช้เวลาประมาณสิบชั่วโมง เราไม่อยากถึงหลวงพะบางตอนกลางคืน เลยตัดสินใจขึ้นรถฮุนไดมินิแวน ไปยังเมือง "วังเวียง" ด้วยสนนราคา 65,000 กีบ พร้อมเพื่อนเดินทาง หนึ่งมิสเตอร์อเมริกัน หนึ่งมิสซิสโคเรีย และ อ้ายคนลาวอีกสองคน
     
     

    เส้นทางจากเวียงจันมายังวังเวียง คือถนนสาย13 เหนือ (13 น.) สร้างแต่ครั้งฝรั่งเศสยึดครองลาวเป็นอาณานิคม โดยลากยาวตั้งแต่ภาคใต้ของลาวแถบปากเซ-จำปาสัก-สะหวันนะเขต ลากไล่ผ่านเวียงจันไปสู่เมืองหลวงพะบาง ก่อนทะลุผ่านภาคเหนือของลาวไปยังเมืองแถน(เดียนเบียนฟู) เวียดนาม สิบนาทีจากบ่อนลด สองข้างทางก็กลายเป็นทุ่งนา สลับหมู่บ้านและโรงงานขนาดไม่ใหญ่โตนัก เส้นทางเป็นถนนลาดยางในสภาพพอใช้การได้เท่านั้น ถ้าแล่น(ขับ)เร็วๆ ฝุ่นก็ยังฟุ้งอยู่ คนขับจอดพักครั้งหนึ่งนอกเขตกำแพงนะคอน เราพบกับคณะจักรยานชาวไทยที่แวะพักอยู่ที่ร้านเดียวกัน ได้ความว่าปั่นจากประเทศไทยมาเป็นคณะประมาณสามสิบคัน จากเวียงจันไปเมืองหลวงใช้เวลาบนหลังอานสามวัน โดยต้องแวะพักที่เมืองวังเวียงและเมืองพูคูนเมืองละคืน

     

    ราวห้าสิบกิโลเมตรจากเวียงจัน เส้นทางเริ่มพาเราไต่เลาะเลียบเขาที่ไม่สูงชันมากนัก ช่องจราจรบีบแคบลงจนรถทัวร์สองคันถ้าจะขับสวนกันต้องมีคันใดคันหนึ่งชะลอแล้วแอบไปทางขวาให้อีกคันแล่นสวนไป(สปป.ลาวขับรถเลนขวาอย่างฝรั่งเศส) ข้างทางยังเป็นนาข้าวที่ปลูกริมลำธารสายเล็กๆ บางเนินเริ่มมีสวนยางพาราปลูกให้เห็นมากขึ้น สลับกับบักหนัด(สัปปะรด) ที่มีให้เห็นประปราย จนถึงบ้านท่าเฮือ คนขับลดจ่ายค่าทำเนียมบำลุงทางตรงด่าน โดยจะมีประมาณ4ด่านก่อนถึงหลวงพะบาง(ไม่เก็บลดถีบ-จัรยาน ลดจัก-จักรยานยนต์) ข้างทางมีเพิงขายปลาแดดเดียวเหมือนแถวๆ สิงห์บุรี อ่างทอง สามชั่วโมงผ่าน เรามองเห็นเขาหินปูนที่ธรรมชาติฉลักเฉลาไว้อย่างสวยงามอยู่เบื้องหน้า สมสมญา "กุ้ยหลินเมืองลาว"

     

     

    วังเวียง เป็นเมืองเล็กๆ (ที่เริ่มใหญ่) อยู่ในแขวงเวียงจัน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ก่อนถึงเมืองกาสี ซึ่งเป็นจุดสตาร์ทของมหกรรมไต่เขาจริงๆ บนทางหลวงสาย13 น. เหตุแห่งความดังของเมืองนี้ก็คือ ภูเขาหินปูนริมแม่น้ำซอง ที่งดงามด้วยการกัด-กร่อน-ดัน-ดึง ของสายฝน สายลม และเปลือกโลก และกิจกรรมผจญภัยต่างๆ นาๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเสียวมากมาย โดยเฉพาะการนั่งห่วงยางลอยไปตามลำน้ำซองโดยมีฝีพายชาวลาวคอยบังคับทิศทางให้ ซึ่งคนไทยพรรค์เราดูจะไม่ได้ตื่นเต้นหรือยินดียินร้ายกับกิจกรรมที่ฝรั่งมังคาชอบเหลือเกินเท่าใดนัก

     

     

    ลดมินิแวนส่งเราลงตรงถนนสายหลักของเมือง อาหารเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่พักในตอนนี้ เราจึงมุ่งหน้าไปยังสามแยกใหญ่กลางเมืองเพื่อหาอะไรกิน มื้อแรกบนแผ่นดินลาวคือ "เฝองัว" หรือ ก๋วยเตี๋ยววัว นั่นเอง อย่าเพิ่งคิดว่า "มึงไปถึงนู่นแล้วจะยังแดกก๋วยเตี๋ยวอีกเหรอ?" เพราะถึงแม้เฝอจะหน้าตาคล้ายๆ คือๆ ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสที่ท่านจะเลือกกินเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เหรือ เส้นเฝออย่างเวียดนามก็ตามศรัทธา แต่เฝอลาวจะใส่มะเขือเทศ และ บางเจ้าจะใส่ "ผักก้านก่ำ" ที่มีกลิ่นรสเฉพาะตัวลงไปด้วย ซึ่งเฝอลาวจะเสิร์ฟพร้อมกับกระจาดใส่ใบสะระแหน่ ผักกาด โหระพา มะนาว กินแนมกันเป็นอันว่าอร่อยแท้

     

    (สิ่งที่พึงระวัง-ชาวลาวนิยมปรุงอาหารด้วยการใส่ "แป้งนัว" หรือ ผงชูรสเป็นอย่างมาก หากท่านแพ้ผงชูรสโปรดกำชับแม่-พ่อครัวให้ดี มิฉะนั้นอาจลงไปชักดิ้นชักงอได้หลังกลืน และในพวงเครื่องปรุงของอาหารทุกประเภท จะมีแก้วใส่ผงชูรสให้เพิ่มความนัวอยู่ด้วยเสมอ อีกอย่างหนึ่ง "งัว" นั้นหมายถึงวัว หากท่านจะกินวัว อย่าลืมตัวสั่งว่า"เนื้อ" เหมือนอยู่เมืองไทย เพราะ เนื้อ ในภาษาลาวคือ "เนื้อควาย" เหนียวนุ่ม แซบหลาย)

     

     

    หลังจ่ายค่าเฝอราคาสิบพันกีบ เราเตร็ดเตร่หาที่พักจนตกลงปลงใจกับ "เฮือนพักพูบาน" คืนละห้าสิบพันกีบ เป็นเรือนไม้ยาวติดแม่น้ำซองที่ใสแจ๋ว ใกล้ขัว(สะพาน)ไม้ข้ามไปยังเฮือนพักกะท่อมกางนาที่มีฝรั่งนอนอ่านหนังสือกันอยู่ตามซุ้มไม้ไผ่ริมน้ำ มีน้ำอุ่น และ พัดลม หลังจากเก็บเครื่อง(ข้าวของ หรือ เสื้อผ้าก็ได้) เราสะพายกล้องหนึ่งฟิล์ม หนึ่งดิจิตอล เดินสับชัทเตอร์ในบางมุมของเมืองวังเวียง นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะฝรั่งพบเห็นได้ทุกมุมเมือง แลคล้ายหลายเมืองของไทย ที่ฝรั่งจะนุ่งน้อย ห่มน้อย เปลือยตีนออกมาตากแดด หรือ ควงคู่กันอย่างถึงเนื้อถึงตัว ทำให้ที่นี่เป็นเหมือน "อาณานิคมแห่งความม่วนของฝรั่ง" ไปโดยปริยาย...

     

     

    อาหารมื้อเย็น เราฝากท้องไว้ที่ร้าน "ซากูละ" Pub-Restaurant เจ้าของเป็นคนจีนที่ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง บรรยากาศเหมือนร้านนั่งกินทั่วไปตามตรอกข้าวสาร เปิดเพลงฝรั่งหลายสไตล์ และมีโต๊ะพูลให้เล่นฟรีหากท่านเป็นลูกค้า เราสั่งต้มยำปลากับข้าวสวย กลั้วคอด้วย ลาววิสกี้+โค้ก หนึ่งถัง (ไอ้นี่ก็สไตล์ข้าวสาร) พอให้หน้าตาเปล่งปลั่ง ก่อนจะตระเวนราตรีเมืองวังเวียงอยากคนแบกเป้ยากไร้ (55+)

     

    เรายึดที่นั่งตรงสามแยกหน้าไปรษณีย์วังเวียง ดวดเบยลาวรสดีสนนราคากระป๋องเล็ก เจ็ดพัน กระป๋องใหญ่ สิบพันเท่ากับเบยแก้ว(ขวด) ซักพักหนึ่ง มีฝรั่งเดินตุปัดตุเป๋ตรงมาที่เรา ก่อนจะออกปากให้ไปส่งที่เฮือนพัก Walking Elephants ตรงข้ามโรงพยาบาล เขาพร้อมจ่ายค่าจ้างหากเรามีลดจักไปส่ง ผมบอกไปว่า "กูเป็นคนไทยที่ไม่มีรถโว้ย มิสเตอร์ มึงเดินไปเถอะ แค่สาม-ร้อยเมตรเอง เป็นกูกูจะเดินไปนะ"

    "แต๊งส์" มันบอกกันเราก่อนจะเดินตุปัดตุเป๋ต่อไป...

     

     

    สี่ทุ่ม เราเดินควงแก้วเบยไปนั่งตรงหน้าร้านตัดผมบริเวณถนนสายกลาง ตามคำแนะนำของอิตาเลียโน่สองหน่อ ที่แนะนำใหเราไปนั่งที่ร้าน "คิว-บา" ซึ่งเป็นร้านเหล้าที่"ฮิป"ที่สุดในเมืองก่อนเที่ยงคืน หลังจากนั้นร้านเหล้าแถบริมน้ำซองจะเป็นสถานที่ฮิปถัดไป เรานั่งดื่มเบย ดูผู้คนที่กำลังเมาไม่ต่างกันร้องรำทำเพลง เสียงพูดสารพันภาษาดังอึงอลออกมาจากร้านคิว-บาที่อยู่คนละฟากถนน ซักพักหนึ่ง หญิงสาวหน้าตาอย่างคนเอเชีย เดินเข้ามาถามเราเป็นภาษาอังกฤษว่า "ขอถ่ายรูปล้านตัดผมจั๊กน่อยสิได่บ่?" ผมยิ้มเมาๆ ให้สองหล่อนจะเอ่ยปากเป็นคำปากอังกิด "ข้อยคนไทย บ่แม่นลาว" ก่อนจะสนทนากันอีกนิดหน่อย สองเธอเป็นชาวฝรั่งเศส ที่คงต้องลบรูปเราออกจากเมมโมรี่กล้อง เพราะเข้าใจว่านี่คือวัยรุ่นลาวนั่งดื่มเบย (55+)

     

    หลังจากเฝ้าร้านตัดผมได้พักใหญ่ เราพาสังขารที่เมาปริ่มจอก(แก้ว) ไปนั่งตรงเกาะกลางถนนบนสามแยกก่อนถึงไปรษณีย์ เพื่อนคุยของเราคืนนี้เป็นคนลาวจากภาคใต้ชื่อ "แคน" ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านซะนะไซ เราคุยกันในเรื่องสัพเพเหระ ทั้งของไทยและลาว ในบรรยากาศสบายๆ แกล้มเบยด้วยเขียดทอดราคาห้าพันกีบที่บิ๊กน๊อคซื้อมาพร้อมไส้อั่วราคาเท่ากัน ตอนหนึ่งแคนถามผมว่า

    "เจ้าอยู่สีไหน สีเหลือง สีแดง?"

    "ข้อยบ่มีสี อยู่กางๆ"

    "อึ้ม...คั่นว่า ทักสินข้อยก่อมัก อะพิสิดข้อยก่อมัก"

    เราหัวเราะกับคำตอบน่ารักๆ นี้ของเขา

     

    ราวสองยาม สองตีนประคองขาพาเราลงเนินเข้าสู่เฮือนพักในสภาพที่เมาเกือบจะเกินพอดี

    ยอดกานดื่มเบยคืนนี้สำหรับผมคือ 2 แก้วใหญ่ 1 แก้วน้อย และ 1 กะป๋องใหญ่

     

    สายฝนและแอลกอฮอล์ส่งผมเข้าสู่ที่นอนได้อย่างไม่ยากเย็น ยกเว้นบิ๊กน๊อคที่ฮากไหลฮากหลั่งอยู่หลายทีกว่าจะนอน

     

     

    ...

     

    PS*1 - นอกจากการลอยห่วงยาง วังเวียงยังมีคะยัคกิ้ง ไต่เขา ปีนหน้าผา ถีบลดถีบเสือพูเขา และ อีกกิจกรรมผจญภัยประดามียกเว้นบันจี้จั้มพ์ที่ยังมาไม่ถึง

    PS*2 - สถานที่ของรัฐในสปป.ลาว จะหยุดพักเที่ยง ตั้งแต่เวลา 12โมงเช้า-2โมงบ่าย ซึ่งเขาจะหยุดกันจริงๆ แม้แต่นักเรียนก็จะกลับไปกินข้าวเที่ยงที่บ้าน

    PS*3 - อย่าเพิ่งปรามาสว่าคนลาวนั้นยากจน เพราะ พราโด เล็กซัส ฟอร์จูนเนอร์ มีให้เห็นทั่วไปตามท้องถนน และยังมีโชว์รูมจำหน่าย นิสสัน สกายไลน์ จีทีอาร์ ใหม่เอี่ยมสีแดงเพลิง จอดโชว์ตัวอยู่ในเพิงหมาแหงนอีกด้วย!

    PS*4 - ฮุนได เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงในลาว ลดโดยสารละหว่างแขวงในลาวทั้งลดมินิแวนและลดทัว ล้วนแล้วแต่เป็นฮุนไดแทบทั้งสิ้น

    Kommentare (5)

    Bitte warten...
    Der eingegebene Kommentar ist zu lang. Bitte kürzen Sie ihn.
    Sie haben keine Angabe gemacht. Bitte versuchen Sie es erneut.
    Ihr Kommentar kann im Moment leider nicht hinzugefügt werden. Bitte versuchen Sie es später erneut.
    Zum Hinzufügen eines Kommentars ist die Erlaubnis von einem Elternteil erforderlich. Erlaubnis einholen
    Der Elternteil hat die Kommentarfunktion deaktiviert.
    Ihr Kommentar kann im Moment leider nicht gelöscht werden. Bitte versuchen Sie es später erneut.
    Sie haben die maximale Anzahl an Kommentaren, die pro Tag zugelassen sind, überschritten. Versuchen Sie es in 24 Stunden erneut.
    Kommentare wurden in Ihrem Konto deaktiviert, da in unseren Systemen angegeben wird, dass Sie anderen Benutzern möglicherweise unerwünschte E-Mails versenden. Wenn Sie der Meinung sind, dass es sich beim Deaktivieren Ihres Kontos um einen Fehler handelt, wenden Sie sich an Windows Live Support.
    Schließen Sie die Sicherheitsüberprüfung unten ab, damit Sie ein Kommentar hinterlassen können.
    Die bei der Sicherheitsüberprüfung eingegebenen Zeichen müssen den Zeichen im Bild oder in der Audiodatei entsprechen.

    Melden Sie sich zum Hinzufügen eines Kommentars mit Ihrer Windows Live ID an (wenn Sie Hotmail, Messenger oder Xbox LIVE verwenden, besitzen Sie eine Windows Live ID). Anmelden


    Sie haben noch keine Windows Live ID? Registrieren

    Baddschrieb:
    เห็นคำว่า "บ่อนลด" แล้วนึกถึง "สนามแข่งรถนาสคาร์"

    แล้วคนที่นั่นเขาดูสนใจการเมืองบ้านเราเหมือนกันนะ
    อย่างเรานี่ ยอมรับเลย รู้เรื่องการเมืองมะกัน เยอะกว่าของเพื่อนบ้านอีก ดูแย่เนอะ

    แล้วเพิ่งรู้ว่า เกาหลี ก็อินเทรนด์ ลาว ได้เหมือนกัน เหอๆ


    ป.ล. ตรงที่เล่าถึง เมืองกาสี ที่บอกว่า "กิจกรรม...ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเสียวมากมาย" แล้วก็มีรูป 2 สาวขี้ร้อนประกอบอยู่เหนือข้อความ ^^
    30 Okt.
    hathai sudaschrieb:
    สนุกไม่แพ้ลาวใต้นะเดียวนะ..
    แต่วังเวียงดูจะเมากว่า อิอิ
    ปลายอ้อ
    30 Okt.
    ไม่น่าแวะมาอ่านก่อนเริ่มงานเลย
    อยากจะลุกไปจัดกระเป๋ามันซะเดี๋ยวนี้ ^^
    30 Okt.
    ไม่ต้องแบ่งเป็นตอนแล้วล่ะว่ะ เร็ว! รถไปหลวงพระบางกำลังจะออกแล้ว 555
    30 Okt.
    สะบายดี...พี่เดียว
    สบายดีบ่...

    อ่านจบ รู้แล้วว่าพี่คงสบายดี...

    ^^

    ปล. ม่วนคักๆ อีหลีพ่อ
    29 Okt.

    Trackbacks

    Die Trackback-URL für diesen Eintrag ist:
    http://pechjinda.spaces.live.com/blog/cns!CD073BD24C639B8E!1734.trak
    Weblogs, die sich auf diesen Eintrag beziehen
    • Keine