Profil von PiyakunYou say I live in a bubb...FotosBlogListenMehr ![]() | Hilfe |
|
30 Oktober สะบายดีเมืองลาว ตอนที่ 220 ตุลาคม 2552 เช้าที่ฝนเพิ่งหยุดตก ทิ้งละอองหมอกขาวเหมือนสำลีห่มเขาหินปูนเบื้องหน้า น้ำซองเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหลเชี่ยวกรากท่วมตีนสะพานไม้ไผ่ แต่มันยังแข็งแรงพอให้ชาวลาวไปวางเครื่องมือดักปลาตรงกลางสะพานได้อย่างสบาย
ผมดื่มกาแฟลาวรสชาติออกเปรี้ยวและขมไปทางกาแฟโรบัสต้า(กาแฟกระป๋อง) ที่ร้านอาหารในเมืองวังเวียงหลังจากจ่ายค่าห้องราคาห้าสิบพันกีบเสร็จแล้ว เพื่อรอลด "จัมโบ้" ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซด์มีพ่วงท้ายคล้ายรถสกายแล็บตามแถบอีสานบ้านเฮาไปส่งเราที่บ่อนลด และขึ้นลดแอร์เที่ยวสิบโมงไปยังเมืองหลวงพะบาง ตั๋วราคาแปดสิบห้าพันกีบ รวมค่าลดจัมโบ้ไว้ด้วยแล้ว
ส่วนน๊อคนั้น อาศัยกล้วยสองผล ผลละพันกีบเป็นเครื่องบรรเทาฤทธิ์เบยลาวในเส้นเลือด...
ลดแอที่เราขึ้นไปหลวงพะบาง แน่นเอี้ยดไปด้วยกระเป๋าของนักเดินทางทั้งเจ้าถิ่นและผู้มาเยือน กระเป๋าส่วนหนึ่งและลังไข่นับร้อยอันถูกเอามาวางกองไว้ตรงทางเดินระหว่างเบาะหลังผู้โดยสารขึ้นหมดแล้ว เส้นทางตั้งแต่เมืองวังเวียงไปจนถึงเมืองกาสียังไต่เลาะเลียบอยู่บนพื้นที่ราบระหว่างหุบเขาที่ไม่กว้างใหญ่นัก ข้างทางเป็นหมู่บ้านสลับกับนาข้าวที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวรวงสีเหลืองแซมเขียวแน่นหนาไปจรดตีนเขา ลำคลองหลายสายหล่อเลี้ยงทั้งทุ่งนาและหมู่บ้านที่ผันน้ำจากน้ำคลองเป็นคลองซอยเล็กๆ ให้ชาวบ้านได้อาบใช้ ก่อนจะไหลลงสู่ธารเดิมของมันอีกครั้ง เป็นการประปาอย่างภูมิปัญญาชาวบ้านโดยแท้
รถจอดพักครั้งแรกที่ละแวกเมืองกาสี ให้ผู้โดยสารได้กินข้าวหรือจะกินยาแก้เมาลดก่อนต้องอยู่บนเทือกเขาราวๆ 6 ซั่วโมง เราพบกับคณะลดถีบไทยแลนด์อีกครั้ง ซึ่งบางคนก็แวะกินข้าวในห้างนาข้างทางกับชาวนาท้องถิ่น นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและเกาหลีพากันแตกฮือเมื่อเจอตั๊กแตนปาทังก้าสีน้ำตาลบินมาเกาะตรงขวดน้ำปลา ก่อนจะพากันล้อมวงถ่ายรูปตั๊กแตนและพูดกันโขมงโฉงเฉง พาตั๊กแตนตั้งท่าจะบิน ก็พากันแตกกระเซ็นไปคนละทิศคนละทาง เราชาวไทยยืนมองด้วยความขบขัน ระหว่างทางลดแวะจอดรับแม่หญิงวัยรุ่นลาวขึ้นมาบนรถคนหนึ่ง เธอนั่งบนตั่งเสริมตรงกลางถัดจากลังไข่ บนลดนอกจากคนขับ เด็กลด และเถ้าแก่แล้วมีเราสองคนที่คุยกับเธอรู้เรื่อง เมื่อเธอหยิบเอาเคื่องดื่มซูกำลัง เอ็ม-150 ขึ้นมาดื่ม เพื่อนผมถามเธอว่าทำไมถึงดื่มเอ็มร้อย..
ผู้สาว : ข้อยง่วงนอน ไปถามคนขายว่ามีอันหยังแก้ง่วงแก้หาวได้บ้าง เขาก็ให้กินอันนี้ ทำไม? ผู้สาวไทยบ่กินอันนี้บ่? ผม : ผู้สาวไทยบ่กิน ผู้สาวไทยกลัวอ้วน
จากเมืองกาสี ลดแล่นพาเราขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ สูงจนแก้วหูลั่นเปรี๊ยะต้องกลืนน้ำลายปรับความดันหู และมีสนสามใบขึ้นให้เห็นตามเชิงเขาลาดชัน ป่าข้างทางส่วนหนึ่งถูกถางเพื่อการเกษตร แต่รอยต่อระหว่างดอยโล่งกับผืนป่านั้น เรามองเห็นต้นไม้ใหญ่สูงจนต้องแหงนคอตั้งบ่าถ้าหากต้องยืนข้างใต้มัน แน่นหนาและเป็นผืนห่มหมู่ดอยเขียวพรืดจนหายลับไปกันหมอก รวมไปถึงข้างทางที่เป็นหุบเหวลึกซ่อนป่าดิบไว้ในซอกเหว ไม่มีอะไรกั้นเรากับเหวข้างทางนอกจากพงหญ้ากอแขมหนาไม่กี่เมตร ส่วนหน้าผาอีกด้านหนึ่งก็มีร่องรอยของดินถล่มให้เห็นประปรายตามรายทาง
จากเมืองกาสี เราเข้าสู่เมืองพูคูนซึ่งเป็นจุดสูงสุดของถนนระยะทางช่วงเวียงจัน-หลวงพะบาง เมืองนี้เป็นทางแยกเพื่อไปยังแขวงเซียงขวาง หลังบ้านของชาวบ้านริมถนนก็คือเหวและทิวเขาสุดลูกหูลูกตา จากนี้เราต้องลงเขาจนถึงเมืองเซียงเงิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแขวงหลวงพะบางและเป็นทางแยกไปยังแขวงไซยะบุลี เส้นทางยังคงเป็นเขาและโค้งเหมือนเดิม โค้งหักศอกที่หักแบบศอกตอนเบ่งกล้ามมีอยู่ตลอดเส้นทาง หมู่บ้านสองข้างทางเป็นหมู่บ้านของคน "ลาวเทิง" ซึ่งเป็นคนภูเขาที่ลัดทะบานลาวให้ลงมาอาศัยอยู่ริมทางหลวงช่วงเมืองกาสี-เชียงเงิน และให้อาวุธปืนไว้คุ้มกันเส้นทาง เนื่องจากในอดีตเส้นทางช่วงดังกล่าวขึ้นชื่อเรื่องโจรชุม รวมไปถึงกลุ่มชาวม้งที่ต้องการสิดทิปกครองตนเองยังเป็นอันตรายต่อเส้นทาง หมู่บ้านลาวเทิงข้างทางจึงเสมือนยามรักษาเส้นทางนี้ให้ปลอดภัย ดังนั้น อย่าแปลกใจถ้าจะเห็นคนลาวในชุดพลเรือนสะพายปืนคาร์บินพับฐานหรืออาก้าจีนแดงขึ้นลดเมมานั่งข้างท่าน หรือโบกลดเพื่อขอยา(บุหรี่) สูบซักตัว (เรามารู้ภายหลังถึงเมืองหลวงพะบางว่า เมื่อประเทศลาวเปิดประเทศใหม่ๆ กลุ่มม้งเคยบุกยิงถล่มลดโดยสานที่วิ่งเว้นทางนี้จนทำฝรั่งตายยกคันมาแล้ว ยังเคยมีซากลดเมคันดังกล่าวอยู่ข้างทางเป็นอนุสรณ์แห่งหนึ่งในความริยำที่อเมริกันทำกับโลกใบนี้และภูมิภาคนี้ ก่อนที่จะถูกยกออกไปเพราะคนผ่านไปมาล้วนแล้วแต่สะเทือนใจ)
ลดจอดพักอีกครั้งที่บ้านกิ่วกะจำ เราสัมผัสกับอากาศเย็นในระดับเดียวกับภูชี้ฟ้าเมื่อลงมาจากลด และรู้สึกว่าเมฆอยู่ไม่ไกลจากกลางกระหม่อมซักเท่าไหร่ ผมซื้อไวตามิ้ลค์จากประเทศไทยในราคาแพงกว่าบ้านเราเท่าตัวคือยี่สิบบาท ส่วนฝรั่งบางคนก็แทะแซนวิด(ใช้ขนมปังฝรั่งเศสท่อนราวหนึ่งฟุตแทนขนมปังแผ่น)อย่างเมามัน มีฝรั่งคนหนึ่งซื้อแคบหมูถุงใหญ่มายืนกินเหมือนเคยกินแล้วตอนมาเที่ยวเชียงใหม่ ค่าเข้าห้องน้ำที่อยู่ริมเหวคือ หนัก-เบาเท่ากัน หนึ่งพันกีบ
จากบ้านกิ่วกะจำ ลดยังคงไต่เขาลงมาเรื่อยๆ โดยไม่เปิดแอแต่เปิดช่องบนหลังคาให้ลมโกรกเข้ามาแทน ขณะลงเขาช่วงหลักที่ 358-359 ย่านเมืองเซียงเงิน เสียง "ฟี่....." ก็ดังมาจากใต้ท้องลดพร้อมกลิ่นของยางรถไหม้เหม็นอย่างมีเอกลักษณ์ คนขับต้องพาลดแอบขวาฝั่งที่เป็นเหว และให้เด็กลดตัดกิ่งไม้มาทำเครื่องหมายให้รู้ว่ามีลดเสีย ก่อนที่ผู้โดยสานจะทะยอยลงมาจากลด ล้อหน้าข้างซ้ายกำลังแฟบลงเรื่อยๆ มีควันลอยออกมาจากชุดเบรก เส้นทางลาดชันและน้ำหนักลดรวมน้ำหนักบันทุกทำให้ชุดเบรกต้องรับบทหนักจนส่งความร้อนไปยังยางในและทำให้ยางในรั่ว คนขับ เด็กลด และฝรั่งกายกำยำถักผมอย่างรัสตาแมนกุลีกุจอช่วยกันวางแม่แรงค้ำลด ถอดยางเก่า แกะยางอะไหล่ออกจากท้องลด และรีบเปลี่ยนยางแข่งกับตะเว็น(ดวงอาทิตย์)ที่กำลังจะหายไปกับเหลี่ยมเขา ลดแล่นไปได้อีกครั้งเมื่อพระอาทิตย์ตกดินพอดี จนพาเราไปถึง "สะถานีลดขนส่งโดยสานทางไกต่างแขวง นาหลวง" ชานเมืองหลวงพะบาง ในเวลาราวหนึ่งทุ่ม
เราได้รับคำแนะนำจากพี่นักเดินทางชาวไทยที่ขึ้นลดมากับเรารวมห้าคนว่า ให้นั่งจัมโบ้ราคาสิบพันเข้าเมืองไปย่าน "ตลาดมืด" (เป็นตลาดกลางคืน หรือ ถนนคนเดินนั่นเอง) ซึ่งมีเฮือนพักมากมายให้เลือกนอน เรามุ่งไปยังย่านวัดป่าไผ่ ซึ่งอยู่เลยตลาดมืดไปหนึ่งช่วงถนน แว่วเสียงเพลงของจรัล มโนเพ็ชรคลอเสียงเกากีต้ามาจากเฮือนพักแห่งหนึ่งที่แยกจากถนนกลางเมืองไปราวสิบห้าก้าว ชายผมยาวในชุดเหมือนชาวเขา สะพายย่าม วัยราวสามสิบกว่าร้องเพลงด้วยเสียงอย่างคนไทยนั่งเกากีต้าอยู่หน้าเฮือนพักกับผู้สาวลาวนางหนึ่ง เราพักที่เฮือนพักแห่งนี้ "เฮือนพักมอละดก" ซึ่งเป็นเรือนลาวสไตล์โคโลเนี่ยล ที่ชั้นหนึ่งจะเป็นตึกปูนส่วนชั้นสองจะเป็นไม้ หลังคาเป็นกระเบื้องเผาแบบบูลาน(โบราณ) ห้องพักเบอ17ของเราอยู่บนชั้นสอง เชื่อมต่อกับตึกด้านหลังที่เป็นห้องแอ กุญแจไขห้องแบบบูลานติดกับคีย์การ์ดเสียบใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา สนนห้องพัดลม+น้ำอุ่นราคาคืนละหนึ่งแสนกีบ พร้อมโทรทัศน์และสัญญาณทรู วิชั่น ดูฟุตบอลจากยุโรปได้สบายใจ และน้ำเปล่าฟรีวันละสองขวด ในห้องมีหน้าต่างสีเขียวให้เปิดออกดูการตักบาดข้าวเหนียวที่ซอยหน้าเฮือนพักหากขี้เกียจไปตักบาดเอง
หลังมื้อเย็นที่ร้านอาหารริมน้ำโขง เมนูลาบเป็ดและต้มแจ่วหมู พร้อมข้าวเหนียวกะติ๊บเบ้อเริ่ม สิริรวมราคาห้าสิบหกพันกีบ เราเดินสำรวจตลาดมืดที่วางตัวอยู่บนถนนสีสะหว่างวง ตั้งแต่สี่แยกไปรษณีย์ไปจนถึงสุดหอพิพิดทะพันหรือวังเจ้ามหาซีวิดอย่างคร่าวๆ ก่อนจะพบว่าของที่ขายหนีไม่พ้นงานหัตถกรรมเช่น ผ้าทอบ้านผานม งานศิลปะรูปเขียน ภาพพิมพ์เกี่ยวกับศาสนาพุทธ ของเก่าบูลาน อวัยวะสัตว์แปลกๆ เสื้อผ้า เหล้าขาวและเหล้าดองสารพัดสัตว์จากบ้านซ่างไห รวมไปถึงของกินมากมาย แผงค้าวางแบกะดินมีผ้าหรือพลาสติกปูรอง เสียงร้องขายของไม่ถึงกับตะโกนอึงอลแต่พูดแค่ให้คนเดินผ่านหน้าร้านพอได้ยิน ถนนคนเดินสว่างด้วยแสงไฟและพลุกพล่านด้วยผู้คนหลากสีผิว
หลังเบยลาวแก้วหนึ่งหมดลงพร้อมๆ กับร้านรวงเริ่มเก็บของกลับบ้านในราวสิบโมงกึ่ง(สี่ทุ่มครึ่ง) ผมกลับห้องไปนอนดูดิสคัฟเวอรี่ แชนแนล ก่อนเข้านอนหลังสองยาม...
-------------- PS*1 – บ้านของคนลาวนอกเขตเมืองเกือบทั้งหมดเป็นเรือนไม้ไผ่ขัดแตะ หลังคามุงหญ้า หรือ เป็นบ้านไม้ มีแค่สถานที่ราชการและบ้านบางหลังที่เป็นร้านชำที่จะสร้างด้วยปูน PS*2 – ค่าลดจัมโบ้จากบ่อนลดมายังวงเวียนตลาดมืดราคาสิบพันกีบ ดังนั้น หากคนขับบอกราคามากกว่านี้ จงต่อราคาจนได้สิบพันเท่านั้น! เพราะในบางเช้าที่คุณรีบเร่ง จัมโบ้อาจบอกราคาสูงถึง สี่สิบพันกีบ (แต่ชาวลาวต่อราคาไม่ยากเท่าไหร่ ไม่ใช่ลูกอีช่างต่ออย่างผมก็ยังต่อราคาได้สบาย) PS*3 – บ้านบนดอยที่ไม่มีคลองใช้น้ำยังไง? ในแต่ละหมู่บ้านจะมีก๊อกประปาหมู่บ้านแบบคันโยกอยู่ประมาณ 2-3 ก๊อก ซึ่งจะต่อท่อมาจากถังเก็บน้ำ ให้ชาวบ้านแบ่งกันกินอาบตามสมควร เด็กน้อยอาบน้ำพร้อมกันทีละ3-4 คน ประหยัดหลายเด้อKommentare (3)Melden Sie sich zum Hinzufügen eines Kommentars mit Ihrer Windows Live ID an (wenn Sie Hotmail, Messenger oder Xbox LIVE verwenden, besitzen Sie eine Windows Live ID). Anmelden Sie haben noch keine Windows Live ID? Registrieren
TrackbacksDie Trackback-URL für diesen Eintrag ist: http://pechjinda.spaces.live.com/blog/cns!CD073BD24C639B8E!1747.trak Weblogs, die sich auf diesen Eintrag beziehen
|
|
|