Profil von PiyakunYou say I live in a bubb...FotosBlogListenMehr ![]() | Hilfe |
|
06 November สะบายดีเมืองลาว ตอนที่ 321 ตุลาคม 2552 หลังการตักบาตรข้าวเหนียวประจำวันจบลงกว่าสามชั่วโมง ผมชะโงกหัวออกจากหน้าต่างมาเจอกับแสงแดดอุ่นเมืองลาวหลังจากหลับเต็มตื่น
บางคนถาม "ไปหลวงพะบาง บ่ตักบาดข้าวเหนียวบ่?" "บ่ ข้อยตักเบยแทนตักบาด เดี๋ยวครูบาสิจ่มว่าสาบส้มจากปากเจ้าหลาย" 55
เนื่องจากเมืองหลวงพะบางมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก แต่หากจะเดินเป็นพระยาน้อยชมตลาดก็กลัวว่าแดดจะเผาขนหัวจนพาลให้เหนื่อยหน่ายกับการซมเมือง เราตัดสินใจเช่าลดถีบทรงแม่บ้านราคายี่สิบพันกีบจากร้านขายทัวร์ละแวกวัดป่าไผ่ เพื่อใช้ต่างตีนในการชมเหมืองหลวงฯ วันนี้
ตัวต้องพึ่งตีน ตีนต้องพึ่งท้อง ผมฝากท้องมื้อแรกกับกาแฟลาวที่ร้านประซานิยม ร้านนี้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศต่างนิยมมาเป็นแขก เพราะมีไม่กี่ที่ในเมืองหลวงที่ท่านจะหากินกาแฟลาวในราคาและบรรยากาศที่คนลาวกินกัน ร้านนี้วางตัวอยู่ใต้หลังคาสังกะสีและร่มไม้บนถนนเลียบน้ำของเคียงข้างร้านเฝอ หน้าตากาแฟลาวที่นี่ไม่ต่างกับที่เคยกินที่วังเวียงเท่าไหร่ แต่รสชาติต้องบอกว่าเทียบกับน้ำขมเปรี้ยวเหมือนน้ำล้างเมล็ดกาแฟที่วังเวียงไม่ได้ ด้วยราคาสามพันกีบเสิร์ฟพร้อมชาร้อนและขนมไข่วางมาในจาน ทำให้ผมรู้ว่าราคาและรสชาติกาแฟลาวที่วังเวียงมีไว้ฟันทัวริสท์หน้าตาเหรอหราอย่างเราให้หัวแบะ...
เราวางก้นบนหลังอาน ส่งแรงจากน่องลงขาให้ลดจักพาเราเลียบไปบนถนนริมน้ำของก่อนจะวงกลับเข้าสู่ถนนสายกลางที่ตอนกลางคืนจะคลาคล่ำไปด้วยปะซาซน ในเวลากลางวัน ชมวัดต่างๆ ตามที่หนังสือนำเที่ยวหลวงพะบาง ของคุณศรันย์ บุญประเสริฐ แนะนำให้ไป เช่น วัดใหม่สุวันนะพูมมาราม(ค่าเข้าชม สิบพัน) ที่โดดเด่นด้วยภาพแกะสลักไม้นูนต่ำสีทองอร่าม ฝีมือของเพี้ยตัน สินละปินแห่งซาดลาว หลังสิม(วิหาร)มีเรือแข่งที่จะแข่งกันในงานบุญซ่วงเฮือจอดอยู่ เราปั่นผ่านสี่แยกตลาดม้งไปทางสนามทาดหลวง แวะถ่ายรูปและดูฝีมือการดวล เปตอง ของชาวลาวซักหน่อย ซึ่งก็ไม่ผิดหวังที่ยังสืบทอดความแม่นยำเหมือนมาจากฝรั่งเศสเมืองต้นตำรับ ขัวเหล็กซึ่งเป็นหนึ่งในภาพจำของหลายคนเมื่อนึกถึงรูปถ่ายเมืองหลวงพะบาง เราปั่นข้ามขัวไปถ่ายรูปสองสามแกร๊ก ก่อนจะกลับมาที่ วัดอาฮามและวัดวิชุน หรือ วัดพะทาดหมากโม ริมน้ำคานด้านหนึ่งของพูสี เราได้ยินเสียงคาราโอเกะเพลงดังจากเมืองไทย “มันต้องถอน-คนบ้านเดียวกัน-จี่หอย ฯลฯ” ดังแว่วมาจากอีกฟากน้ำ ก่อนจะจบการเที่ยววัดที่วัดเซียงทอง(ค่าเข้าชม ซาวพัน) สุดยอดแหล่งแสดงและสะสมผลงานศิลปะล้านซ้างที่ควรมาเยือน
ผมแวะล้านหนังสือเยื้องกับโรงเรียนสินละปะเพื่อซื้อหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษซักฉบับหนึ่งมาอ่าน "เวียงจันนิวส์" ราคาเจ็ดพันกีบถูกพับโยนใส่ตะกร้าลดจัก เมื่อผมมีเวลาอ่านมัน พาดหัวหน้าหนึ่งมีข่าวที่น่าสนใจอยู่ตรงมุมขวาล่าง
"เตรียมเริ่มใช้มาตรการห้ามนักเรียนขี่จักรยานยนต์"
จังหวัดหลวงพะบางกำลังจะเป็นจังหวัดที่สองในลาวต่อจากจังหวัดไซยะบุลีที่จะประกาศห้ามนักเรียนขี่ลดจักมาโรงเรียน โดยนโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน และลดพฤติกรรมเสี่ยงหรือพฤติกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ ที่จะตามมาจากการมีมอเตอร์ไซด์
"กานขี่ลดถีบมาโลงเลียนเป็นวิธีเดินทางที่ง่ายมาก ในโลงเลียนมีดินมากมายให้นักเลียนได้จอดลดถีบของเขา" หัวหน้าสำหนักงานการศึกษาเมืองหลวงพะบางกล่าว
ทั้งนี้ นักเรียนที่อยู่ในที่ห่างไกล สามารถทำเรื่องขออนุญาตเป็นพิเศษในการใช้ลดจักมาโรงเรียนได้ ซึ่งกระทรวงสึกสาทิกานลาวเตรียมขยายโรงเรียนออกไปสู่พื้นที่ชนบทให้มากยิ่งขึ้น
เป็นนโยบายแบบ "สังคมนิยม" ที่ดีกว่าการอนุมัติรถเมล์ราคาแพงจมหูมาวิ่งว่อนในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของคนนอนห้องแอร์!
ตะเว็นใกล้ลับ เราปั่นลดมาล๊อกไว้ที่ป้ายจราจรหน้าหอพิพิดทะพัน ถ่ายรูปด้านหน้าก่อนที่จะถูกเชิญออกมาเพราะหอพิพิดทะพันปิดตอนสี่โมงเย็น (ถ้านับเวลากินข้าวเที่ยงแล้ว วันๆ หนึ่ง สถานที่ราชการลาวทำงานน้อยกว่าไทยมาก) เราตะกายบันไดในแวดล้อมของดอกจำปาที่บางต้นทิ้งดอกสีขาวนวลเหมือนเม็ดมะม่วงดิบไว้บนพื้นขึ้นไปสู่พูสี(ค่าขึ้นชม ซาวพันกีบ) หัวใจของคนและเมืองหลวงพะบางในเวลาก่อนตะเว็บจะหายไปในหมู่ดอยปรกหมอก นักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติศาสนาทยอยขึ้นมาจับจองจุดที่ดีที่สุดเพื่อชมตะเว็นตกดิน บางคนนั่งกับขอบรั้วกั้นฐานชั้นล่างสุดขององค์พะทาด หรือบ้างก็นั่งเอาหลังพิงพะทาดเสียเลย ที่ไม่น่าเชื่อคือ หนึ่งในบรรดาคนนั้นก็คือ “คนไทย”
ผมไม่ทราบเจตนาของบรรดาเขาเหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้ตักเตือน เพียงแต่ถอนหายใจด้วยความเศร้าทั้งกับตัวเองและกับเขาเหล่านั้น...
เรากลับลงมาตอนห้าโมงกว่า ยังไม่มืดดีแต่ตลาดมืดเริ่มมาตั้งแผงสินค้าแล้ว และลดถีบของเราก็โดนมัดอยู่ตรงเสาที่ตอนนี้เป็นร้านขายผ้าไหมที่เราลดถีบสองคันเบียดบังเนื้อที่ค้าขายอยู่ เรากล่าวขอโทษและได้รับคำตอบกลับมาว่า “บ่เป็นหยัง” ก่อนที่ผู้สาวจะช่วยเรายกลดถีบลงมาจากฟุตปาธ และเอาไปคืนได้ทันเวลา แลกหนังสือเดินทางของน๊อคกลับมาอย่างปลอดภัย
เย็นนี้ เราเดินลุยแผงขายอาหารหน้าไปรษณีย์ที่มีอาหารพื้นเมือง อาหารไม่มีเนื้อสำหรับคนกินมังฯ ขนมนมเนย และ อาหารไทย จำหน่ายแบบตลาดกลางคืนทั่วไป เราซื้อแหนบปลา ปลาปิ้ง ไก่ย่าง ไส้กรอกหมู และ ข้าวเหนียว กลับมากินที่โต๊ะหน้าเฮือนพัก ครูแดน ชายที่เราสังเกตเขาตั้งแต่วันแรกเดินเข้ามาหา ก่อนที่เราทั้งสามจะเริ่มพูดคุยกันด้วยภาษากำเมือง
ครูแดน คนเจียงใหม่ เป็นครูสอนศิลปะอยู่ที่โรงเรียนบนดอยแม่สลอง ทุกปิดเทอมเขาบอกเราว่าเขาต้องมาลาว และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ยี่สิบกว่าของเขา เขาถามเราว่า เรามาที่นี่ทำไม? น๊อคตอบอย่างคนมีจุดมุ่งหมายทันทีว่าบรรพบุรุษของฝั่งแม่ของเขานั้นอพยพมาจากหลวงพะบางแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน นี่เลยเป็นเหมือนการหารากเหง้าของตัวเอง ส่วนผมน่ะเหรอ...ผมอยากเดินออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ประเทศที่เหน็ดเหนื่อย มาหาอะไรซักอย่างที่นี่ ที่ผมคิดว่าน่าจะมี และผมอยากมาไหว้พะทาดพูสีที่มีนามเสียงพ้องกับนามสกุลของผม ส่วนครูแดนตอบเราถึงการมาลาวกว่ายี่สิบครั้งว่า
“บ่าต.ม.นั่นมันเกยถามครูว่า ‘ถามจริงๆ เถอะ มีกิจการอะไรที่ลาวรึเปล่า ทำไมถึงมาบ่อย’ ครูก่อว่า ‘ก่อมาแล้วมันสบายใจ๋ โทะ..เป๋นไปได้ ฮาไค่มากู้วันแหมซ้ำก่ะ’”
หลังมื้ออาหารเย็นจบ ครูแดนอาสาพาเราเดินตลาดมืดให้ปรุโปร่งยิ่งขึ้น และเขาบอกว่ามีคนที่แนะนำอยากให้เรารู้จัก “ดูแล้วน่าจะรู้จักกันไว้” คือเหตุผลของครูเขา ผมซื้อของที่ระลึกกลับมาฝากคนที่บ้านและซื้อเหล้ากลับไปฝากตัวเอง ครูแดนเอื้อนเอ่ยกับแม่ค้าเหล้าแห่งบ้านซ่างไหอย่างคนสนิทชิดเชื้อ
“แม่ค้า เจ้ารินเหล้าให้ผู้บ่าวสองคนนี่หน่อยเลาะ เขาบอกว่าเขาอกหัก เขาอยากเมาว่ะ”
แม่ค้ารินให้ผมกับน๊อคคนละสามจอกของเหล้าสามชนิด...รสร้อนแรง แต่แทบละลายเมื่อลงสู่ลำคอ และระเหยออกตามช่องจมูกได้
คืนนี้เราชิมเหล้าจากร้านเหล้าสี่ร้านบนตลาดมืด จากร้านสุดท้าย เรายิ้มอย่างจริงใจที่สุดให้กับแม่ค้า ก่อนครูแดนจะพาเราไปที่ร้านขายรูปเขียนร้านหนึ่งหน้าหอพิพิดทะพัน ชายหนุ่มรุ่นราวไล่ๆ กับเราวางพู่กันก่อนจะทักครูแดนอย่างคนรู้จักกันมาก่อน “บุญทอน” เป็นนักศึกษาของโรงเรียนศิลปะแห่งเมืองหลวงพะบาง ครูแดนแนะนำหนุ่มคนนี้คำแรกว่า “ไอ้หนุ่มคนนี้มันเป็นคนจิตใจดี” หลังจากพูดคุยกันเกือบชั่วโมง เราได้รับคำเชิญไปเที่ยวบ้านของบุญทอนที่หมู่บ้านเลยบ้านผานมไปเล็กน้อย นัดหมายเวลาสิบโมงเซ้าใต้เฮือนพักด้วยลดจักสามคันของบุญทอนและสหาย “เหล้าเนี่ย แต้ๆ บ่ต้องซื้อก่อได้หนา ก้าจิมกำร้านๆ นี่ก่อเมาละ ครูเกยจิมอยู่จ๊ะอี้เป๋นอาติ๊ดแหน่ะ เขาก่อฮ้อครูจิม แต่สุดท้ายครูก่อซื้อเก็บไว้บ้านหลายขวดหนา” ครูแดนเหล้ากลั้วเสียงหัวเราะขณะเราเดินกลับเฮือนพัก
ประตูเฮือนพักเกือบปิดเมื่อเรากลับมาถึง ก่อนที่ใครจะหลับ เราสั่งเบยสองแก้วขึ้นมานั่งกินตรงชั้นสอง แกล้มบทสนทนากับเพื่อนที่การเดินทางพัดพาคนไทยให้มาพบกันที่เมืองลาวอย่างออกอรรถรสในหลายต่อหลายเรื่อง เราได้รับคำแนะนำในการท่องเที่ยวละแวกอินโดจีนจากครูแดนผู้นี้มากมาย ก่อนเบยจะพร่องไปค่อนขวด ครูแดนขอตัวเข้าห้อง และหลังเบยอึกสุดท้ายลงคอ เรากองขวดเบยไว้ปลายเตียงนอนก่อนจะตั้งนาฬิกาปลุกและนอนดูดิสคัฟเวอร์รี่ แชนแนล...
------------------
PS*1 – ว่างเว้นการอัพไปพักหนึ่ง เนื่องจากภารกิจรัดตัว (อันนี้เรื่องจริง หนี้สินก็เช่นกัน) PS*2 – ถีบลด แล่นลด ขี่ลดในเมืองลาว อย่าลืม!!! ขวาอย่างเดียวเด้อพี่น้องเด้อ PS*3 – ขัวเหล็ก ไม่เปิดให้ลดใหญ่ข้าม บอลิกานสำหรับลดถีบ ลดจัก และ คนย่างตีน ทอนั้นเด้อ PS*4 – ครูแดนบอกว่า ถ้ามีเวลาควรออกนอกเมืองหลวงพะบางบ้าง เพราะในเมืองเที่ยววันเดียวก็จบแล้ว แต่หมู่บ้านรอบๆ ยังมีอะไรน่าสนใจอยู่มาก บางหมู่บ้านเอาระเบิดของไอ้กันมาผ่าครึ่งทำเป็นเฮือใช้กันสบายใจเฉิบ ฝรั่งต้องร้อง Oh! It’s Fuckin’ cool man! KommentareMelden Sie sich zum Hinzufügen eines Kommentars mit Ihrer Windows Live ID an (wenn Sie Hotmail, Messenger oder Xbox LIVE verwenden, besitzen Sie eine Windows Live ID). Anmelden Sie haben noch keine Windows Live ID? Registrieren TrackbacksDie Trackback-URL für diesen Eintrag ist: http://pechjinda.spaces.live.com/blog/cns!CD073BD24C639B8E!1759.trak Weblogs, die sich auf diesen Eintrag beziehen
|
|
|